หากเกิดไฟฟ้าลัดวงจรในบ้าน สิ่งแรกที่ควรทำคืออะไร? เตือนอย่ารีบดึงปลั๊ก!

Part 1: สัญญาณเตือนไฟฟ้าลัดวงจร และสิ่งแรกที่ควรทำ
เสียงดัง “เปรี๊ยะ!” กลิ่นไหม้ลอยออกมา หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าดับกะทันหัน อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าระบบไฟฟ้าภายในบ้านกำลังเกิดปัญหา หลายคนอาจตกใจและรีบเข้าไปตรวจสอบอุปกรณ์ที่สงสัย แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ การทำตามขั้นตอนที่ถูกต้องสำคัญกว่าการรีบหาต้นเหตุ เพราะความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจนำไปสู่อันตรายจากไฟดูดหรือไฟไหม้ได้

Los dos electrodomésticos que no pueden estar cerca porque ...

ไฟฟ้าลัดวงจรเป็นปัญหาที่พบได้ในหลายครัวเรือน โดยเฉพาะบ้านที่ใช้งานระบบไฟฟ้ามานาน มีเครื่องใช้ไฟฟ้ากำลังสูงหลายชนิด หรือเสียบอุปกรณ์จำนวนมากเข้ากับปลั๊กเดียวกัน บางกรณีอาจทำให้เบรกเกอร์ (Aptomat) ตัดไฟอัตโนมัติ แต่บางกรณีอาจมีประกายไฟ ควัน หรือเปลวไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว

1. ตัดกระแสไฟทันที หากทำได้อย่างปลอดภัย

หากบริเวณตู้ไฟหรือเบรกเกอร์ยังสามารถเข้าถึงได้โดยไม่มีความเสี่ยง ควรปิดเบรกเกอร์บริเวณที่เกิดปัญหา หรือปิดเมนไฟหลักของบ้าน การตัดไฟจะช่วยหยุดการไหลของกระแสไฟ ลดโอกาสเกิดไฟไหม้ต่อเนื่อง และลดความเสี่ยงไฟดูดเมื่อต้องจัดการกับสถานการณ์หลังจากนั้น

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรพยายามเข้าไปปิดไฟหากบริเวณดังกล่าวมีไฟลุก มีควันจำนวนมาก มีน้ำขัง หรือจำเป็นต้องเดินผ่านจุดที่อาจเป็นอันตราย เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อชีวิต ในกรณีดังกล่าว ควรพาทุกคนออกจากพื้นที่และขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่

2. อย่ารีบดึงปลั๊กด้วยมือ

เมื่อเห็นปลั๊กไฟมีประกายไฟ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้ามีเสียงผิดปกติ หลายคนมักรีบเข้าไปดึงปลั๊กออกทันที แต่หากยังไม่แน่ใจว่าไฟถูกตัดแล้ว การเข้าใกล้อุปกรณ์อาจทำให้สัมผัสกับกระแสไฟที่ยังทำงานอยู่

Những thiết bị điện nên rút phích cắm khi trời mưa bão, sấm sét

สิ่งที่ไม่ควรทำ ได้แก่

จับปลั๊กหรือเต้ารับด้วยมือเปล่า

จับสายไฟที่อาจชำรุด

ยกเครื่องใช้ไฟฟ้าที่อาจกำลังร้อนหรือมีไฟรั่ว

เปิดฝาอุปกรณ์เพื่อดูสาเหตุด้วยตัวเอง

หลังจากมั่นใจว่าไฟถูกตัดแล้ว จึงค่อยตรวจสอบภายนอก เช่น รอยไหม้ พลาสติกละลาย หรือสายไฟเสียหาย ส่วนการซ่อมแซมภายในควรให้ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ดำเนินการ

Scroll to Top