ประกาศแล้ว! ราคาทองคำวันนี้ 3 กรกฎาคม 2569
ราคาทองคำวันนี้ 3 กรกฎาคม 2569 โดย สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาทองครั้งที่ 1 (เปิดตลาด) เมื่อเวลา 09.01 น. ปรับขึ้นพรวดเดียว 1,550 บาท สู่บริเวณ 65,650 บาท ราคาซื้อขายทองคําในประเทศชนิด 96.5% […]
ราคาทองคำวันนี้ 3 กรกฎาคม 2569 โดย สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาทองครั้งที่ 1 (เปิดตลาด) เมื่อเวลา 09.01 น. ปรับขึ้นพรวดเดียว 1,550 บาท สู่บริเวณ 65,650 บาท ราคาซื้อขายทองคําในประเทศชนิด 96.5% […]
อัปเดตราคาน้ำมันวันนี้ ( วันที่ 3 กรกฎาคม 2569) จากสถานีบริการน้ำมันรายใหญ่ทั่วประเทศ ครบทุกประเภททั้งน้ำมันเบนซิน แก๊สโซฮอล์ และดีเซล เพื่อให้ผู้ใช้รถสามารถตรวจสอบราคาล่าสุดก่อนตัดสินใจเติมน้ำมันได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และช่วยวางแผนค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ แนวโน้มราคาน้ำมันวันนี้ สถานการณ์ราคาน้ำมันในประเทศยังคงมีความผันผวนต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อราคา ปัจจัยเหล่านี้ล้วนมีผลโดยตรงต่อการปรับขึ้น-ลงของราคาน้ำมันในแต่ละวัน ทำให้ผู้ใช้รถจำเป็นต้องติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ผู้ใช้รถควรตรวจสอบราคาน้ำมันล่าสุดก่อนออกเดินทาง เพื่อช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย และเลือกเติมน้ำมันในช่วงเวลาที่เหมาะสม การติดตามราคาน้ำมันอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้คุณวางแผนการเดินทางได้คุ้มค่าและลดภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาว
1. น้ำอัดลม (ตัวร้ายทำลายมวลกระดูก) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากเกาหลีใต้ระบุว่า น้ำอัดลมคือปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดโรคกระดูกพรุน เพราะมีปริมาณ ฟอสฟอรัส และน้ำตาลที่สูงมาก เมื่อระดับฟอสฟอรัสในเลือดสูงเกินไป จะไปรบกวนการทำงานของฮอร์โมนพาราไทรอยด์ ทำให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้แย่ลง 2. น้ำที่มีคาเฟอีนเข้มข้น ไม่ว่าจะเป็นกาแฟดำ ชาเข้มๆ หรือเครื่องดื่มชูกำลัง แม้จะช่วยให้ตื่นตัว แต่แพทย์จากไต้หวันเตือนว่า หากได้รับคาเฟอีนเกิน 330
จากเว็บต่างประเทศ ได้เผยว่า ซุน อวี่อิง นักโภชนาการ ได้ออกมาเตือนผู้ที่มีภาวะเสี่ยงหรือเป็นเบาหวานว่า หากไม่อยากให้อาการทรุด ควรหลีกเลี่ยง 5 เมนูยอดฮิตในมื้อเช้า หรือหากเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ก็ต้องจำกัดปริมาณอย่างเคร่งครัด 5 เมนูเช้ากับดักน้ำตาลที่ควรเลี่ยง 1. ผลไม้หวานจัดหรือน้ำผลไม้: แม้จะดูเหมือนดีต่อสุขภาพ แต่กลับเป็นตัวการทำให้ระดับน้ำตาลพุ่งสูงอย่างรวดเร็ว แนะนำให้เปลี่ยนมาทานผลไม้ที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ (Low
จากเว็บต่างประเทศ ได้รายงานว่า นพ.หวง ซวน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญชาวไต้หวัน ได้ออกมาเตือนภัยเงียบจากการใช้ยาผิดวิธี เพราะบ่อยครั้งที่อาการป่วยทรุดลงไม่ได้เกิดจากโรค แต่เกิดจากการที่คนไข้ “กินยาผิด” โดยไม่รู้ตัว และนี่คือ 6 ความเชื่อยอดฮิตที่ควรเลิกทำด่วน 1. เป็นหวัดต้องรีบกินยาฆ่าเชื้อ (ยาปฏิชีวนะ)? เป็นความเชื่อที่ผิดมหันต์ หลายคนคิดว่ากินยาแก้อักเสบหรือยาฆ่าเชื้อแล้วจะหายเร็ว แต่ความจริงคือไข้หวัดส่วนใหญ่เกิดจาก “ไวรัส”
หลายคนไม่รู้จัก โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) หรือที่เรียกกันติดปากว่าสโตรก ถือเป็นมัจจุราชเงียบที่คร่าชีวิตและทำให้เกิดความพิการเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ข้อมูลจากการประชุมวิชาการนานาชาติที่ดานัง ปี 2026 ระบุว่า แม้แต่ในเวียดนามเองก็มีผู้ป่วยใหม่ถึง 200,000 รายต่อปี และที่น่ากังวลคือ “คนอายุน้อย” เริ่มเป็นโรคนี้กันมากขึ้น จากพฤติกรรมเนือยนิ่ง กินหวาน และความเครียด วารสาร
เรียกได้ว่า หลายคนคงกังวลใจเรื่องอาหารหรือของกินที่จะหมดอายุ และหลายคนก็อยากรู้ว่ามีของกินประเภทไหนไหมที่ไม่สามารถหมดอายุได้ วันนี้เราจะพาไปดู 5 อาหารที่ไม่มีวันหมดอายุ เก็บไว้นานกี่ปีก็ยังกินได้ 1. น้ำผึ้งแท้ ข้อมูลจากสถาบันสมิธโซเนียน (Smithsonian Institution) ระบุว่า น้ำผึ้ง เป็นอาหารที่ไม่มีวันหมดอายุ เนื่องจากมีปริมาณน้ำต่ำและมีความเป็นกรดสูง ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่แบคทีเรียไม่สามารถอยู่รอดได้ นักโบราณคดีเคยค้นพบโถใส่น้ำผึ้งในสุสานอียิปต์โบราณที่มีอายุหลายพันปี และพบว่ายังคงสามารถรับประทานได้อย่างปลอดภัย 2.
เรียกได้ว่า คงมีหลายๆคนที่กินบ่อย และกินจุ กินเท่าไรก็ไม่อื่ม และกินเท่าไรน้ำหนักก็ไม่ขึ้น แต่ ไม่ว่าคุณจะมีรูปร่างแบบไหน ก็เสี่ยงที่จะมีพยาธิในท้องด้วยกันทั้งนั้น เพราะพฤติกรรมการทานอาหารที่ไม่สะอาด อาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ มักเสี่ยงมีพยาธิติดมาด้วยเสมอ หากใครกำลังมีอาการเหล่านี้ ลองเช็คตัวเองอยู่ด๔ว่าคุณกำลังเป็นแบบนี้หรือเปล่า สัญญาณอันตรายจากอาการของคนที่พยาธิอยู่ในท้อง 1.ปวดท้องอยู่บ่อยๆ ท้องเสียเป็นประจำ โดยไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด 2.นอนไม่หลับ กระสับกระส่ายไปมา 3.กินจุ
เรียกได้ว่า ผู้สูงอายุวัย 60 ปีขึ้นไปต้องใส่ใจเรื่องการกินผลไม้ให้มากขึ้น หลัง นพ.หวังจวิ้นผิง แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูจากไต้หวัน ออกมาเตือนว่า การเลือกผลไม้ผิดชนิด กินผิดเวลา หรือรับประทานมากเกินไป อาจทำให้ระดับน้ำตาลในโลหิตพุ่งสูง เกิดการอักเสบเรื้อรัง และส่งผลต่อความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาได้ โดย หมอ อธิบายว่า เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะควบคุมระดับน้ำตาลได้ยากกว่าเดิม หากน้ำตาลในโลหิตสูงบ่อยครั้ง
งานวิจัยจำนวนมากชี้ให้เห็นว่า ทั้งชาและกาแฟสามารถช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมองได้ อย่างไรก็ตาม หลักฐานล่าสุดบางชิ้นแสดงให้เห็นว่า ชา โดยเฉพาะ ชาเขียว มีความโดดเด่นกว่าในการสนับสนุนระบบหัวใจและหลอดเลือด อ้างอิงผลสรุปการวิจัยในปี 2022 พบว่า การดื่มชาเขียวเป็นประจำสามารถลดปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจ เช่น ความดันโลหิตและไขมันในเลือด สารโพลีฟีนอลในชา ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการและโฆษกสมาคมโภชนาการแห่งอังกฤษเห็นว่าทั้งชาและกาแฟเมื่อบริโภคในปริมาณที่เหมาะสม สามารถสนับสนุนสุขภาพหัวใจได้ แต่โพลีฟีนอลในชาอาจจะเหนือกว่าเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ประโยชน์ยังขึ้นอยู่กับปริมาณที่คุณดื่มและวิธีการใช้