Sunday, 25 January 2026

เตรียมเสื้อกันหนาวด่วน มวลอากาศเย็นระลอกใหม่ถล่มไทย 20 ม.ค. นี้

14 Jan 2026
342

เตรียมเสื้อกันหนาวด่วน มวลอากาศเย็นระลอกใหม่ถล่มไทย 20 ม.ค. นี้

 

เช็กสภาพอากาศ 18–24 ม.ค. 69 ไทยตอนบนเตรียมรับมืออุณหภูมิลดลง 1-3 องศาเซลเซียส พร้อมระวังหมอกหนา ส่วนภาคใต้ฝนเพิ่มและคลื่นลมแรงช่วงปลายสัปดาห์
เตรียมตัวกันให้ดีสำหรับสภาพอากาศในช่วงสัปดาห์นี้ เพราะกรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศคาดหมาย ลักษณะอากาศ ในช่วงวันที่ 18 – 24 มกราคม พ.ศ. 2569 โดยแบ่งสภาพอากาศออกเป็นสองช่วงหลักที่น่าจับตามอง

 

เตรียมเสื้อกันหนาวด่วน มวลอากาศเย็นระลอกใหม่ถล่มไทย 20 ม.ค. นี้ | ไทยนิวส์

 

ช่วงที่ 1: 18 – 19 ม.ค. 69 หมอกหนาและฝนบางแห่ง

เริ่มต้นสัปดาห์ ประเทศไทยมี อากาศเย็น พร้อมหมอกในตอนเช้า โดยเฉพาะภาคเหนือและอีสานตอนบนที่ยังมีอากาศหนาวเย็นต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ต้องระวังเป็นพิเศษเรื่อง หมอกหนา ในหลายพื้นที่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการสัญจร ขณะที่ภาคกลางและภาคตะวันออกอาจมีฝนตกลงมาเล็กน้อยเนื่องจากกระแสลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นเข้ามา

 

ข่าว อากาศหนาว ล่าสุด รวมข่าวที่เกี่ยวข้อง - ประชาชาติธุรกิจ

ช่วงที่ 2: 20 – 24 ม.ค. 69 หนาวระลอกใหม่จากจีน

ตั้งแต่วันที่ 20 มกราคมเป็นต้นไป มวลอากาศเย็น กำลังปานกลางระลอกใหม่จากประเทศจีนจะเริ่มแผ่ลงมาปกคลุม ส่งผลให้ไทยตอนบนมี อุณหภูมิลดลง ประมาณ 1 – 3 องศาเซลเซียส ทำให้สัมผัสได้ถึงอากาศเย็นถึงหนาวอย่างชัดเจนอีกครั้ง

สรุปสภาพอากาศรายภาค

– ภาคเหนือ: หนาวเย็นตลอดช่วง ยอดดอยหนาวจัดต่ำสุด 3 องศา พร้อมลุ้นเกิด น้ำค้างแข็ง

 

– ภาคอีสาน: ช่วงท้ายสัปดาห์อุณหภูมิจะลดลงอีก 1 – 3 องศา ยอดภูหนาวจัด 4 – 12 องศา

 

พยากรณ์อากาศ ยอดดอย ยอดภูหนาว 8-14 องศา กรุงเทพอากาศเย็น อุณหภูมิลดลง 1-2  องศา

 

 

– กรุงเทพฯ และปริมณฑล: มีหมอกหนาในช่วงแรก และอุณหภูมิจะเริ่มลดลง 1 – 2 องศาในช่วงวันที่ 20 – 24 ม.ค.

 

– ภาคใต้: ช่วงแรกฝนน้อย แต่ตั้งแต่วันที่ 21 ม.ค. เป็นต้นไป ฝนฟ้าคะนอง จะเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะภาคใต้ฝั่งตะวันออกตอนล่างที่มีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร

 

ขอให้ประชาชนรักษาสุขภาพจาก สภาพอากาศ ที่เปลี่ยนแปลงบ่อย และระมัดระวังการขับขี่ผ่านบริเวณที่มี หมอกหนา สำหรับชาวเรือในพื้นที่ภาคใต้ควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังในช่วงที่คลื่นลมมีกำลังแรงขึ้น

 

เตรียมเสื้อกันหนาวด่วน มวลอากาศเย็นระลอกใหม่ถล่มไทย 20 ม.ค. นี้

 

ที่มา : กรมอุตุนิยมวิทยา