ถึงว่า สาวกินชาเย็นทุกวัน สุดท้ายผ่านิ่ว 19 เม็ด แถมต้องผ่าซ้ำอีก

 

ถึงว่า สาวกินชาเย็นทุกวัน สุดท้ายผ่านิ่ว 19 เม็ด แถมต้องผ่าซ้ำอีก

สาวแชร์อุทาหรณ์ กินชาเย็นทุกวัน ก่อนตรวจพบนิ่ว 19 เม็ด ต้องเข้ารับการผ่าตัด ล่าสุดอัปเดตยังเอาออกไม่หมด แพทย์นัดผ่าซ้ำอีกครั้ง

กลายเป็นอุทาหรณ์ด้านสุขภาพที่ได้รับความสนใจอย่างมากในโลกออนไลน์ หลังหญิงสาวรายหนึ่งออกมาแชร์ประสบการณ์ผ่านเฟซบุ๊ก พร้อมโพสต์ภาพระหว่างเข้ารับการรักษา โดยระบุข้อความว่า “ผลของการกิน #ชาเย็น ทุกวัน นิ่ว 19 เม็ด” สร้างความตกใจให้กับชาวเน็ตจำนวนมาก

ถึงว่า สาวกินชาเย็นทุกวัน สุดท้ายผ่านิ่ว 19 เม็ด แถมต้องผ่าซ้ำอีก

ล่าสุด เจ้าตัวได้อัปเดตอาการผ่านเฟซบุ๊กอีกครั้ง ระบุว่า “รอๆ อีก 2 วันกลับบ้านกันคร้าบ อีก 3 เดือนเราจะกลับมาผ่ากันใหม่ นิ่วที่เอาออกยังไม่หมดนร้า” สะท้อนว่ายังต้องเข้ารับการรักษาเพิ่มเติม เนื่องจากยังมีนิ่วหลงเหลืออยู่

หลังโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป มีชาวเน็ตจำนวนมากเข้าไปแสดงความคิดเห็น ส่งกำลังใจ และอวยพรให้เจ้าตัวหายเป็นปกติโดยเร็ว ขณะที่หลายคนยอมรับว่าเหตุการณ์นี้ทำให้หันกลับมาทบทวนพฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มหวานของตัวเอง

 

 

ถึงว่า สาวกินชาเย็นทุกวัน สุดท้ายผ่านิ่ว 19 เม็ด แถมต้องผ่าซ้ำอีก
ทำไมชานม-ชาเย็น อาจเพิ่มความเสี่ยงนิ่วในไต

ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพอธิบายว่า แม้การดื่มชาเย็นหรือชานมไข่มุกจะไม่ได้เป็นสาเหตุโดยตรงของนิ่วในไต แต่หากดื่มเป็นประจำ ร่วมกับพฤติกรรมดื่มน้ำเปล่าน้อย ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงได้ โดยมีปัจจัยสำคัญ ได้แก่

ออกซาเลต (Oxalate) ในใบชา โดยเฉพาะชาดำหรือชาเขียวเข้มข้น มีสารออกซาเลตสูง ซึ่งสามารถจับกับแคลเซียมในปัสสาวะ กลายเป็นนิ่วแคลเซียมออกซาเลต ซึ่งเป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด
น้ำตาลในปริมาณสูง ทั้งน้ำตาลและน้ำเชื่อมฟรุกโทส อาจทำให้ร่างกายขับแคลเซียมและกรดยูริกออกทางปัสสาวะมากขึ้น ส่งผลให้เกิดการตกตะกอนเป็นนิ่วได้ง่าย
แคลเซียมและฟอสฟอรัสจากนมหรือครีมเทียม หากได้รับมากเกินไป ร่วมกับปัจจัยอื่น ก็อาจเพิ่มโอกาสเกิดการรวมตัวเป็นก้อนนิ่ว
พฤติกรรมที่อันตรายกว่าคือ “ดื่มแทนน้ำเปล่า”

แพทย์ระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดนิ่วในไต คือการดื่มเครื่องดื่มหวานเป็นประจำ แต่ดื่มน้ำเปล่าไม่เพียงพอ ส่งผลให้ปัสสาวะมีความเข้มข้นสูง สารต่าง ๆ จึงตกผลึกและก่อตัวเป็นนิ่วได้ง่าย

นอกจากนี้ ยังมีการชี้แจงกรณีข่าวที่เคยมีการผ่าพบนิ่วในถุงน้ำดีจำนวนมาก ซึ่งหลายคนเข้าใจผิดว่าเป็น “เม็ดไข่มุก” จากชานม โดยแพทย์ยืนยันว่า ก้อนนิ่วดังกล่าวเพียงมีรูปร่างคล้ายไข่มุกเท่านั้น ไม่ใช่เม็ดไข่มุกจริง และนิ่วในถุงน้ำดีมักเกี่ยวข้องกับการรับประทานอาหารมัน ของทอด และอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูงเป็นประจำ

วิธีดื่มชาเย็นหรือชานมให้ลดความเสี่ยงนิ่ว

เลือกระดับความหวานน้อย เช่น 25% หรือ 50%
ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอในแต่ละวัน เพื่อช่วยเจือจางปัสสาวะและขับของเสีย
จำกัดความถี่ในการดื่ม ไม่ควรดื่มทุกวัน โดยอาจลดเหลือสัปดาห์ละ 1–2 แก้ว เพื่อลดความเสี่ยงต่อสุขภาพในระยะยาว
ทั้งนี้ การเกิดนิ่วในไตมีหลายปัจจัยร่วมกัน ไม่ได้เกิดจากการดื่มชาเย็นเพียงอย่างเดียว แต่การดื่มเครื่องดื่มหวานเป็นประจำควบคู่กับการดื่มน้ำไม่เพียงพอ ถือเป็นพฤติกรรมที่อาจเพิ่มความเสี่ยงได้ จึงควรปรับพฤติกรรมการบริโภคและดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม

ถึงว่า สาวกินชาเย็นทุกวัน สุดท้ายผ่านิ่ว 19 เม็ด แถมต้องผ่าซ้ำอีก

Scroll to Top