นอนกับหมาแมวทุกคืน ระวังอะไรบ้าง? เปิด 3 ความเสี่ยงที่คนรักสัตว์เลี้ยงไม่ควรมองข้าม

รักแค่ไหนก็ต้องระวัง! การนอนร่วมเตียงกับหมาแมว อาจพาเชื้อโรคเข้ามาใกล้ตัว
สำหรับคนรักสัตว์เลี้ยง การได้กอดหมาหรือแมวก่อนนอนเป็นความสุขอย่างหนึ่ง หลายคนปล่อยให้สัตว์เลี้ยงขึ้นมานอนบนเตียง ใช้หมอนหรือผ้าห่มร่วมกัน เพราะรู้สึกว่าเป็นสมาชิกคนหนึ่งของครอบครัว

อย่างไรก็ตาม แม้สัตว์เลี้ยงจะดูสะอาดและได้รับการดูแลเป็นอย่างดี แต่ก็ยังอาจมีเชื้อโรค ปรสิต หรือสิ่งสกปรกติดมากับขน ผิวหนัง อุ้งเท้า และบริเวณรอบตัวได้ การนอนใกล้ชิดกันจึงควรใส่ใจเรื่องสุขอนามัยเป็นพิเศษ

สิ่งสำคัญคือ การนอนกับหมาแมวไม่ได้หมายความว่าจะต้องติดโรคหรือเกิดอันตรายเสมอไป ความเสี่ยงขึ้นอยู่กับสุขภาพของสัตว์เลี้ยง การป้องกันปรสิต ความสะอาดของสิ่งแวดล้อม และสุขภาพของคนที่สัมผัสด้วย

โดยเฉพาะผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีแผลบนผิวหนัง ควรระมัดระวังการสัมผัสสัตว์เลี้ยงอย่างใกล้ชิดมากกว่าปกติ

การรู้จักความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ไม่ได้หมายความว่าต้องเลิกเลี้ยงหรือเลิกแสดงความรักต่อสัตว์เลี้ยง แต่เป็นการดูแลทั้งตัวเองและเพื่อนสี่ขาให้ปลอดภัยมากขึ้น

สิ่งที่ควรระวัง เมื่อนอนร่วมเตียงกับสุนัขหรือแมว

1. ปรสิตและไรบางชนิดที่อาศัยอยู่บนผิวหนัง

สุนัขและแมวอาจมีปรสิตภายนอก เช่น หมัด เห็บ หรือไรบางชนิด ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการคัน ระคายเคือง หรือปัญหาผิวหนังในสัตว์เลี้ยงได้

หากสัตว์เลี้ยงมีหมัดหรือปรสิตติดตัว การนอนร่วมเตียงอาจทำให้ปรสิตเข้ามาอยู่ในบริเวณที่นอน และเพิ่มโอกาสที่คนจะถูกกัดหรือสัมผัสได้

ส่วนภาพที่แสดงให้เห็นสิ่งคล้ายไรบริเวณขนตา อาจทำให้หลายคนกังวลเกี่ยวกับไรขนตา หรือ Demodex ซึ่งเป็นไรขนาดเล็กที่สามารถอาศัยอยู่บริเวณรูขุมขนและต่อมไขมันของมนุษย์ได้

แต่ต้องเข้าใจว่า ไม่ควรสรุปจากภาพเพียงอย่างเดียวว่าไรขนตาของคนเกิดจากการนอนกับหมาหรือแมว เพราะไร Demodex ที่พบในมนุษย์เป็นคนละชนิดกับไรที่พบในสัตว์บางชนิด และภาพประกอบก็ไม่สามารถใช้ยืนยันการติดเชื้อหรือวินิจฉัยโรคได้

หากมีอาการคันขอบตา ขนตาร่วงผิดปกติ เปลือกตาแดง หรือมีขี้ตาเกาะมาก ควรพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ แทนการซื้อยาหยอดตาหรือยาฆ่าไรมาใช้เอง

เชื้อราและโรคผิวหนังที่ติดต่อจากสัตว์สู่คน
โรคผิวหนังบางชนิดสามารถติดต่อจากสัตว์เลี้ยงสู่คนได้ เช่น กลากจากเชื้อรา หรือ Dermatophytosis ซึ่งอาจพบในสุนัขและแมวที่มีการติดเชื้อผู้ที่สัมผัสสัตว์เลี้ยงหรือสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อ เช่น ผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม หรือแปรงขน อาจมีโอกาสติดเชื้อได้ โดยเฉพาะเมื่อมีการสัมผัสใกล้ชิดเป็นประจำ

อาการที่ควรสังเกต ได้แก่

มีผื่นแดงเป็นวงหรือเป็นปื้นบนผิวหนัง

ผิวหนังคัน ลอก หรือมีขอบผื่นชัดเจน

สัตว์เลี้ยงมีขนร่วงเป็นหย่อม ๆ หรือมีสะเก็ดบนผิวหนัง
อย่างไรก็ตาม อาการเหล่านี้ไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเชื้อราจากสัตว์เลี้ยง เพราะโรคผิวหนังหลายชนิดมีลักษณะคล้ายกัน หากพบความผิดปกติควรปรึกษาแพทย์หรือสัตวแพทย์เพื่อวินิจฉัยและรักษาให้เหมาะสม

3. เชื้อโรคจากอุ้งเท้า น้ำลาย และสิ่งแวดล้อม

สัตว์เลี้ยงอาจสัมผัสพื้นดิน กระบะทราย หรือสิ่งของต่าง ๆ ระหว่างวัน ก่อนจะขึ้นมาบนเตียงหรือเลียมือและใบหน้าของเจ้าของการสัมผัสน้ำลาย อุจจาระ หรือบริเวณที่ปนเปื้อนเชื้อโรคอาจทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อบางชนิดได้ โดยเฉพาะหากมีแผลเปิด หรือสัมผัสแล้วนำมือไปแตะตา จมูก หรือปากโดยไม่ล้างมือ

นอกจากนี้ การนอนร่วมกับสัตว์เลี้ยงอาจทำให้บางคนมีอาการแพ้จากรังแค น้ำลาย หรือสารก่อภูมิแพ้ที่ติดอยู่บนขน เช่น จาม คัดจมูก คันตา หรือมีผื่นอาการเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าสัตว์เลี้ยงสกปรกเสมอไป แต่เป็นปฏิกิริยาที่อาจเกิดจากสารก่อภูมิแพ้หรือปัจจัยอื่น ๆ ในสิ่งแวดล้อม

ไม่จำเป็นต้องเลิกนอนกับสัตว์เลี้ยง แต่ควรทำ 5 ข้อนี้ให้เป็นนิสัย

การนอนร่วมเตียงกับสุนัขหรือแมวไม่ได้เป็นอันตรายสำหรับทุกคน และไม่ใช่สาเหตุโดยตรงของโรคทุกชนิดที่เกี่ยวข้องกับผิวหนังหรือดวงตา อย่างไรก็ตาม การดูแลสุขอนามัยอย่างสม่ำเสมอช่วยลดความเสี่ยงจากปรสิต เชื้อโรค และสารก่อภูมิแพ้ได้

1. ดูแลการป้องกันหมัด เห็บ และปรสิตตามคำแนะนำของสัตวแพทย์
ควรตรวจสุขภาพสัตว์เลี้ยงเป็นประจำ และใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันปรสิตที่เหมาะกับชนิดสัตว์และน้ำหนักตัว ห้ามนำยาสำหรับสุนัขไปใช้กับแมวโดยไม่ตรวจสอบ เพราะผลิตภัณฑ์บางชนิดอาจเป็นอันตรายต่อแมวได้

2. ซักผ้าปูที่นอนและผ้าห่มเป็นประจำ

หากสัตว์เลี้ยงขึ้นมานอนบนเตียง ควรซักผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน และผ้าห่มอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงทำความสะอาดที่นอนของสัตว์เลี้ยงด้วย

3. ล้างมือหลังทำความสะอาดกระบะทรายหรือเก็บอุจจาระ
ควรล้างมือด้วยสบู่และน้ำหลังสัมผัสอุจจาระ ปัสสาวะ หรือสิ่งสกปรกของสัตว์เลี้ยง และหลีกเลี่ยงการให้สัตว์เลี้ยงเลียบริเวณใบหน้า แผลเปิด หรือรอบดวงตา

4. สังเกตความผิดปกติของสัตว์เลี้ยง
หากพบว่าสัตว์เลี้ยงมีอาการคันมาก ขนร่วงเป็นหย่อม มีแผล ผิวหนังแดง หรือมีปรสิต ควรพาไปพบสัตวแพทย์ และหลีกเลี่ยงการนอนร่วมเตียงจนกว่าจะได้รับการประเมินและดูแลอย่างเหมาะสม

5. หากมีอาการผิดปกติ อย่าวินิจฉัยจากภาพในอินเทอร์เน็ต

หากมีอาการคันตา เปลือกตาอักเสบ ผื่นผิวหนัง หรืออาการอื่นที่เกิดขึ้นหลังสัมผัสสัตว์เลี้ยง ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง เพราะอาการเหล่านี้อาจเกิดจากหลายปัจจัย ไม่จำเป็นต้องเป็นปรสิตจากสัตว์เลี้ยงเสมอไป

สรุป: การรักและนอนกอดหมาแมวไม่ใช่เรื่องผิด แต่ควรดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงและความสะอาดของที่นอนควบคู่กันไป ภาพไรบริเวณขนตาไม่ใช่หลักฐานว่าการนอนกับสัตว์เลี้ยงทำให้เกิดไรชนิดนั้นโดยตรง การป้องกันที่เหมาะสมและการตรวจรักษาเมื่อมีอาการ จึงเป็นวิธีดูแลทั้งเจ้าของและสัตว์เลี้ยงได้อย่างปลอดภัยกว่า

 

 

 

 

 

Scroll to Top