เรื่องราวความรักแท้ของคู่ชีวิตชาวจังหวัดบุรีรัมย์ กลายเป็นเรื่องราวที่สร้างความสะเทือนใจในโลกออนไลน์ หลังหน่วยกู้ภัยตำรวจทางหลวงบุรีรัมย์ โพสต์คลิปพร้อมข้อความระบุว่า
“หลานบอกตาคงรอยาย รับยายจากโรงพยาบาลนางรอง ส่งกลับถึงบ้าน ลงนอนข้างกันไม่ถึง 10 นาที ตาสิ้นใจ ขอแสดงความเสียใจด้วยครับ” หลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นและร่วมไว้อาลัยจำนวนมาก พร้อมกล่าวถึงเรื่องราวความผูกพันของ “ตากับยาย” ที่ยังได้อยู่เคียงข้างกันจนวาระสุดท้ายของชีวิต

จากนั้นทีมข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังบ้านเลขที่ 155 หมู่ 9 บ้านตะโก ต.อีสานเขต อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งศพของ นายสมพงษ์ ประสงค์ทรัพย์ อายุ 70 ปี และนางมาก ประสงค์ทรัพย์ อายุ 69 ปี สองสามีภรรยาที่จากไปในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน โดยครอบครัวได้นำร่างของทั้งสองมาตั้งไว้คู่กันภายในบ้าน ท่ามกลางความโศกเศร้าของลูกหลานและญาติพี่น้อง

นางสุเพียบ ละเมียดดี อายุ 55 ปี ซึ่งเป็นญาติบอกว่าคุณตาป่วยเป็นมะเร็งตับ เข้ารับการรักษาทั้งที่โรงพยาบาลและพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านมาตลอด ส่วนคุณยายป่วยเป็นมะเร็งเต้านม และโรคไต ต้องเดินทางไปรักษาที่โรงพยาบาลสลับกับพักรักษาตัวอยู่ที่บ้าน เวลาที่ตาไปโรงพยาบาล ยายก็จะสอบถามด้วยความเป็นห่วง เวลาที่ยายเข้า รพ.ตา ก็จะถามด้วยความห่วงใยเช่นกัน กระทั่งล่าสุดวันที่ 17 ก.ย.69 คุณตาซึ่งรักษาแบบประคับประคองที่บ้าน อาการทรุดลมหายใจแผ่วเบาลงเรื่อยๆ ญาติๆ ลูกหลานต่างก็ทำใจ ส่วนคุณยายก็มีกำหนดออกจากโรงพยาบาลพอดี จึงประสานหน่วยกู้ภัยตำรวจทางหลวงบุรีรัมย์ไปรับ พอคุณยายกลับมาถึงบ้านก็ให้นอนใกล้ๆ คุณตา แล้วลูกหลานก็กระซิบบอกคุณตาว่ายายมาถึงบ้านแล้วนะนอนอยู่ข้างๆ แล้วไม่ต้องเป็นห่วงอะไร คุณตาก็น้ำตาไหลตลอดเหมือนกับรับรู้ จากนั้นประมาณ 10 นาที คุณตาก็สิ้นใจ และหลังจากนั้นประมาณ 2 ชั่วโมงคุณยายก็สิ้นใจตามไป ก็สร้างความเศร้าโศกเสียใจให้กับลูกหลานเป็นอย่างมาก

จากนั้นญาติและลูกหลานก็ตั้งศพคู่กัน เรื่องราวการจากไปของตายายที่เสียชีวิตในวันเดียวกันเวลาไล่เลี่ยกัน แม้จะสร้างความเสียใจให้กับลูกหลาน แต่อีกมุมมองก็แสดงให้เห็นถึงรักแท้ที่ยังมีอยู่จริง เป็นห่วงเป็นใยกันจนวาระสุดท้ายของชีวิต ก็จะเป็นแบบอย่างที่ดีในการใช้ชีวิตให้กับลูกหลาน
ด้านนายสุรศักดิ์ ประสงค์ทรัพย์ อายุ 45 ปี ลูกชายของตายาย ซึ่งอยู่ในอาการโศกเศร้า เล่าว่าพ่อกับแม่ถือเป็นคู่ชีวิตที่เป็นแบบอย่าง เพราะพ่อแม่จะเป็นห่วงใยถามไถ่กันตลอด แม้ตอนเจ็บป่วยก็จะคอยถามไถ่ ตนซึ่งเป็นลูกชายคนเดียวก็ดูแลพ่อกับแม่มาตลอด ก็ไม่คิดว่าพ่อกับแม่จะมาจากไปในวันเดียวกัน ก็เสียใจที่พ่อแม่จากไป แต่เรื่องราวของพ่อกับแม่สื่อให้เห็นถึงความรัก ความผูกพัน และเป็นห่วงเป็นใยกันจวบจนวาระสุดท้ายของชีวิต ซึ่งทางครอบครัวมีกำหนดประกอบพิธีฌาปนกิจในวันที่ 19 กันยายน 2569 ณ วัดบ้านตะโก