เมื่อเวลาประมาณ 12.30 น. วันที่ 4 ตุลาคม 2569 ศูนย์วิทยุกู้ภัยฉะเชิงเทราได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ภายในอาคารห้องพักเรสซิเดนซ์ หลังตลาดสุวินทวงศ์ หมู่ 1 ตำบลคลองอุดมชลจร อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จึงประสานรถน้ำดับเพลิงขององค์การบริหารส่วนตำบลคลองอุดมชลจร ซึ่งเป็นพื้นที่เกิดเหตุ เข้าตรวจสอบและระงับเหตุอย่างเร่งด่วน

เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึง พบว่าอาคารห้องพักดังกล่าวเป็นอาคารสูง 8 ชั้น และมีอาคารลักษณะเดียวกันปลูกติดกันหลายอาคาร โดยมีกลุ่มควันจำนวนมากพวยพุ่งออกมาจากบริเวณชั้นบนสุดของอาคาร ส่งผลให้ประชาชนและผู้พักอาศัยนับร้อยคนพากันอพยพออกจากอาคารด้วยความแตกตื่น บางรายสวมเพียงกางเกง ขณะที่บางรายรีบวิ่งลงมาโดยไม่สวมรองเท้า เนื่องจากเกรงว่าเพลิงจะลุกลาม
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ขึ้นไปตรวจสอบบริเวณชั้น 8 พบว่า สามเณรสุธาวิน ปทุมพงษ์ อายุ 19 ปี กำลังใช้ถังดับเพลิงเข้าระงับเหตุภายในห้องพักต้นเพลิง ซึ่งอยู่บริเวณด้านในและริมสุดของอาคาร โดยพบเพลิงกำลังลุกไหม้บริเวณฟูกที่นอน และมีพาวเวอร์แบงค์วางอยู่บนที่นอน

สามเณรสุธาวินจึงใช้ถังดับเพลิงฉีดสกัดเปลวเพลิงที่กำลังลุกไหม้บริเวณที่นอน จนสามารถควบคุมเปลวเพลิงไว้ได้ เหลือเพียงกลุ่มควันและความร้อน จากนั้นเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจึงลากสายยางขึ้นไปยังชั้น 8 พร้อมฉีดน้ำเพื่อลดความร้อนและระบายกลุ่มควันภายในห้อง โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้
จากการตรวจสอบเบื้องต้น ไม่พบเจ้าของห้องพักอยู่ภายในห้องดังกล่าว คาดว่าเป็นแรงงานชาวเมียนมา ซึ่งทำงานอยู่ภายในโรงงานและยังไม่ทราบว่าห้องพักเกิดเพลิงไหม้ เนื่องจากอาคารดังกล่าวเป็นที่พักของแรงงานชาวเมียนมาทั้งหมด
ภายหลังเหตุการณ์ สามเณรสุธาวินเปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุในวันนี้ ตนเดินทางมากับญาติ เพื่อนำกระดูกของญาติมาลอยอังคารที่แม่น้ำบางปะกง บริเวณวัดโสธรวรารามวรวิหาร ระหว่างเดินทางกลับบ้าน สังเกตเห็นกลุ่มควันพวยพุ่งออกมาจากอาคาร จึงตัดสินใจให้ญาติขับรถเลี้ยวเข้าไปตรวจสอบ
เนื่องจากสามเณรสุธาวินเป็นอาสาดับเพลิงประจำจุดของมูลนิธิร่มไทร จุดสุวินทวงศ์ และมีประสบการณ์ในการช่วยเหลือเหตุเพลิงไหม้ เมื่อพบว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้จริง จึงรีบขึ้นไปตรวจสอบและนำถังดับเพลิงเข้าระงับเหตุ ก่อนที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจะเดินทางมาถึง
สามเณรสุธาวินกล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ตนเองจะอยู่ในผ้าเหลือง และอาจมองว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ใช่กิจของสงฆ์ แต่เมื่อเป็นเหตุการณ์เฉพาะหน้าที่มีความจำเป็น และมีประชาชนกำลังเดือดร้อน ตนเองก็พร้อมที่จะเข้าไปช่วยเหลืออย่างเต็มที่
สำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ ส่วนสาเหตุของเพลิงไหม้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งว่าเกิดจากพาวเวอร์แบงค์หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าภายในห้องพักหรือไม่